วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา

ตราประจำจังหวัด

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ประดิษฐานอยู่หน้า ประตูชุมพล
ประตูเมืองทางด้านทิศตะวันตก

ต้นไม้ประจำจังหวัด: ต้นสาธร
(Millettia leucantha Kurz var.buteoides)


คำขวัญประจำจังหวัด
เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน

ประวัติเมืองนครราชสีมา

    นครราชสีมา  เป็นเมืองใหม่ที่เกิดขึ้นจากเมืองเก่า 2 เมือง  คือเมืองเสมาและ  เมืองโคราฆะปุระ  อันเป็นเมืองเก่าที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาแต่สมัยขอมยังเป็นใหญ่อยู่บนแผ่นดินที่ราบสูงของอีสาน  ปัจจุบันเมืองเก่าทั้งสองแห่งนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งลำตะลองคนละฝากฝั่ง  ในเขตท้องที่อำเภทสูงเนิน  ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้  ห่างจากตัวจังหวัดราชสีมาปัจจุบันประมาณ 31 กิโลเมตร
     ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา  รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดสร้างเมืองใหม่  คือ  เมืองนครราชสีมา  ขึ้น  ระหว่างปี ค.ศ.2199 – 2231  ซึ่งออกแบบสร้างเมืองใหม่อย่างแข็งแรง  มีป้อมกำแพงเมือง  ประตูสี่ด้าน  ซึ่งนัยออกแบบโดยช่างชาวฝรั่งเศสที่มารับราชการอยู่  ณ เมืองลพบุรีในสมัยนั้น  เมื่อสร้างเมืองใหม่แห่งนี้เสร็จแล้ว  ก็อพพผู้คนจากเมืองเสมาและเมืองโคราฆะปุระมาอยู่เมืองใหม่นี้   ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงจัดการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลนั้น  นครราชสีมาเป็นที่ตั้งมณฑลลาวกลาง  ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น  มณฑลนครราชสีมา  จนถึงปี พ.ศ. 2476  นครราชสีมาจึงมีฐานะเป็นจังหวัดเรื่อยมา
    เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า  นครราชสีมา  แห่งนี้มีชื่อเรียกสามัญเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายว่า  โคราช  และดูรู้สึกว่าชื่อโคราชจะนิยมใช้กันมากกว่านครราชสีมาเสียอีก  เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้  และทำไมนครราชสีมาจึงมีชื่อเรียกสามัญว่าโคราช  ผมจึงคิดว่าเป็นเรื่องที่น่ารู้อยู่ไม่น้อยจึงใครขอนำพระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพในนิทานโบราณคดีเรื่องลานช้าง  ที่ทรงวินิฉัยชื่อเมืองนครราชสีมา    มาให้คุณอ่านพอสมควรดังนี้
   “วินิฉัยชื่อเมืองนครราชสีมา”
      เมืองนครราชสีมา  มีชื่อเป็น 2 ชื่อ  แต่ก่อนมาคนทั้งหลายเรียกว่า “เมืองโคราช”  ทั่วไป  เรียกว่า “เมืองนครราชสีมา”  แต่ในทางราชการ  ถึงเดี๋ยวนี้ราษฎรยังเรียกกันว่า  “เมืองโคราช” เป็นพื้น  เหตุไฉนจึงมี 2 ชื่อเช่นนี้  ฉันเคยค้นเค้าเงื่อนแต่เมื่อขึ้นไปเมืองนครราชสีมาครั้งแรก  เวลานั้นรถไฟไปได้เพียงตำบลทับกวางในดงพระยาไฟแล้วต้องขี่ม้าต่อไป  เมื่อฉันไปพักแรมที่บ้านสูงเนิน  เข้าบอกว่าในอำเภอนั้นมีเมืองโบราณอยู่ 2 เมือง  ฉันจึงให้พาไปดู  เห็นเมืองย่อมๆ  ไม่สู้ใหญ่โตมากนัก  แต่ก่อปราการด้วยศิลาและมีของโบราณอย่างอื่น  แสดงฝีมือว่าเป็นเมืองสร้างเมื่อครั้งสมัยขอมทั้ง 2 เมือง  เมืองหนึ่งต้องอยู่ห่างฝั่งซ้ายลำตะคอง  อันเป็นลำธารมาแต่เขาใหญ่  น้ำไหลไปตกลำน้ำมูล  อีกเมืองหนึ่งอยู่ทางฝั่งขวาลำตะคอง  ไม่ห่างกันนัก  เมืองทางฝั่งซ้ายเรียกชื่อว่า “เมืองเสมาร้าง”  เมืองทางฝั่งขวาเรียกชื่อเมืองว่า “เมืองเก่า”  สังเกตดุเครื่องหมายศาสนา  ดูเหมือนผู้สร้างเมืองเสมาร้างจะถือศาสนาพราหมณ์  ผู้สร้างเมืองเก่าจะนักถือพระพุทธศาสนา  ฉันยังจำได้ว่ามีพระนอนศิลา  ขนาดใหญ่อยู่ที่เมืองเก่าองค์หนึ่ง  ครั้งไปถึงเมืองนครราชสีมา  เห็นลักษณะเป็นเมืองฝีมือไทยสร้างเมื่อภายหลัง 2 เมืองที่กล่าวมาก่อน  รู้ได้ด้วยป้อมปราการล้วนก่อด้วยอิฐและรื้อเอาแท่งศิลาจำหลักจากปราสาทหินครั้งขอม  มาก่อแวมกับอิฐก็มีหลายแห่ง  เมื่อได้เห็นทั้ง 3 เมืองดังว่ามา  ฉันคิดวินิจฉัยว่า “เสมาร้าง”  น่าจะมีก่อนเพื่อน  เดิมเห็นจะเรียกว่า “เมืองเสมา”  เมื่อตั้ง “เมืองเก่า”  เพราะอันใดอันหนึ่ง  ทิ้งเมืองเสมาเป็นเมืองร้าง  คำว่า “ร้าง “ จึงติดอยู่กับเมืองเสมา  เหตุใดจึงเรียกชื่ออีกเมืองหนึ่งว่า “เมืองเก่า”  นั้นก็พอคิดได้  เพราะคำว่า “เก่า”  เป็นคู่กับ “ใหม่”  ต้องมีเมืองใหม่จึงมีเมืองเก่า  แสดงว่าเมืองเดิมตั้งอยู่ที่ตำบลสูงเนิน  ครั้งเมื่อสร้างเมืองนครราชสีมาเดี๋ยวนี้ขึ้น  ย้ายมาอยู่ที่เมืองใหม่แล้ว  จึงเรียกเดิมว่า “เมืองเก่า”  แต่เมื่อยังตั้งอยู่ที่เมืองเก่า  จะต้องเรียกชื่อเมืองนั้นอย่างใดอย่างหนึ่ง  เพราะเรียกว่า “เมืองเก่า” เมื่อยังไม่มี “เมืองใหม่”  ไม่ได้  ข้อคิดนี้ฉันคิดว่าเมื่อสร้าง “เมืองเก่า”  ในสมัยขอม  พวกพราหมณ์คงเอาชื่อเมือง “เมืองโคราฆะปุระ”  ในมัชณิมประเทศ  อันอยู่ข้างใต้ไม่ห่างจากเมืองจากเมืองกบิลพัสดุ์  ที่พระพุทธองค์เสดร็จประทับเมื่อยังเป็นพระโพธิสัตว์มาขนานอย่างเดียวกับชื่อเมืองอื่นๆ  ในอินเดีย  มาขนานในประเทศนี้อีกหลายเมือง  เช่น  เมืองอยุธยาและเมืองลพบุรี  เป็นต้น  เมืองเก่านั้นเดิมคงเรียกว่าเมืองโคราฆะปุระ  อันเป็นมูลของชื่อที่เรียกเพื้ยนมาว่าเมืองโคราช  ยังคิดเห็นต่อไปว่า  ชื่อที่เรียกเมืองใหม่ว่า “เมืองนครราชสีมา”  น่าจะเอาชื่อ “เมืองโคราฆะ”  กับ “เมืองเสมา”  มาผสมกันประดิษฐ์  “นคราชสมา”  ด้วย
     ส่วนเมืองนครราชสีมานี้  ฉันพิจารณาดูลักษณะที่สร้างกับทั้งขนาดและแผนผังทั้งรูปป้อมปราการ  ละม้ายเหมือนกับเมืองนครศรีธรรมราชมาก  เห็นว่าจะสร้างในสมัยเดียวกันทั้งสองเมือง  แต่จะสร้างในรัชกาลไหนในสมัยในกรุงศรีอยุธยา  ฉันนึกว่าได้เคยเห็นในหนังสือฝรั่งแต่งแต่โบราณเรื่องหนึ่งว่า  ในสมัยพระรารายณ์มหาราชแต่เมื่อเขียนนิทานเรื่องนี้นึกถึงชื่อหนังสือนั้นไม่ออก  จึงไม่กล้ายืนยันกล่าวได้โดยมีหลักฐาน  แต่ว่าสร้างก่อน พ.ศ. 2225  เพราะในเรื่องพงศาวดารมีว่า  เมื่อสมเด็จพระนารายณ์สวรรณคต  พระเพทราชาชิงได้ราชสมบัติ  เมืองนครราชสีมากับเมืองนครศรีธรรมราชตั้งแข็งเมืองกองทัพในเมืองออกไปตีได้ด้วยยาก  เพราะมีป้อมปราการทั้ง 2 เมือง”
     นี่คือความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของชื่อ “นครราชสีมา”  และ “โคราช”  อันเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพพระบิดาแหงประวัติศาสตร์ไทย  ในหนังสือนิทานโบราณคดีเรื่องล้านช้าง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น