ตราประจำจังหวัด
ภาพกระโจมไฟและภาพลูกคลื่น ภาพกระโจมไฟหมายถึง จังหวัดตรังเคยเป็นเมืองท่าค้าขายกับต่างประเทศ ภาพลูกคลื่นหมายถึง ลักษณะพื้นที่ของจังหวัดตรัง เป็นเนินเล็ก ๆ สูง ๆ ต่ำ ๆ คล้ายลูกคลื่น
คำขวัญประจำจังหวัด
เมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกศรีตรัง ปะการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวย
ประวัติความเป็นมา
สมัยกรุงศรีอยุธยา
ในสมัยพระรามาธิบดีที่ 2 พ.ศ.2054 "ตรัง" เป็นเมืองท่าของเมืองนครศรีธรรมราช ทางด้านทะเลนอก (อันดามัน) ฝั่งตะวันตกของภาคใต้ โดยจากตำนานพราหมณ์ เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเขียน เมื่อ พ.ศ.2276 ตรงกับสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ได้กล่าวถึงเมืองตรังว่า เป็นเมืองที่พราหมณ์นำเอาเทวรูปพระนารายณ์ รูปพระลักษมี รูปพระอิศวร รูปหงส์ และชิงช้าทองแดงจาก กษัตริย์เมืองรามนคร ในประเทศอินเดีย มาถวายพระรามาธิบดีที่ 1 ต่อมาเรือถูกพายุแตกพัดเข้าปากน้ำตรัง สมัยกรุงธนบุรีในปี พ.ศ.2319
พระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงโปรดฯ ให้แยกหัวเมืองปักษ์ใต้ออกจากเมืองนครศรีธรรมราช ดังนั้น ปี พ.ศ.2320 เป็นต้นมา หัวเมืองนครศรีธรรมราชจึงเหลือแค่ เมืองตรัง และเมืองท่าทอง เท่านั้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
- พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงโปรดฯ ให้รวมเมืองตรัง และเมืองภูรา เข้าด้วยกันเป็น เมืองตรังภูรา โดยส่งพระยาภักดีบริรักษ์ ผู้ช่วยราชการ เมืองนครศรีธรรมราช ให้เป็นผู้รักษาเมืองตรังภูรา ตั้งเมืองที่ "ควนธานี" จากหลักฐานทำเนียบเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.2354
- ในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ในขณะนั้น ได้กราบทูลเสนอ นายม่วง เป็นเจ้าเมืองตรัง คือ พระอุไทยธานี มีตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการเมืองตรัง โดยสมบูรณ์เป็นคนแรก และได้สร้างหลักเมือง ที่ควนธานี (ศาลหลักเมืองตรังตั้งอยู่ที่ตำบลควนธานีในปัจจุบัน)หกด
- สมัยเมืองกันตังเป็นศูนย์กลางระหว่างช่วง พ.ศ. 2436-2458 กล่าวว่า เมื่อคราวพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองตรัง ในยุคนั้นเมืองกันตังเป็นเมืองที่เจริญ มีชุมชนชาวจีน ทำมาค้าขาย มีท่าเรือติดต่อกับมลายู ชาวบ้านปลูกพริกไทยส่งไปขายถึงเกาะหมาก ดังนั้น จึงมีพระราชดำริให้ พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ผู้ว่าราชการเมืองกระบุรีมาเป็นเจ้าเมืองตรัง ซึ่งถือว่าเป็นผู้พัฒนาเมืองตรังให้เจริญรุ่งเรือง จนได้รับสมญานามจากชาวตรังว่าเป็น "เจ้าแห่งการพัฒนา" เนื่องจากเป็น ผู้วางรากฐานความเจริญให้กับเมืองตรังมากมาย ทั้งการนำต้นยางพารามาจากมลายู มาปลูกที่เมืองกันตังเป็นแห่งแรก จนทำให้มีการปลูกยางพาราอย่างแพร่หลายทั่วภาคใต้ เมื่อมีการจัดการวางผังเมือง ชาวตรังจึงได้ร่วมกันสร้างอนุสาวรีย์ขึ้น เมื่อ พ.ศ.2494 เพื่อรำลึกถึงคุณของท่าน และจัดงานรำลึก ในวันคล้ายวันถึงแก่อนิจกรรมของท่าน ในวันที่ 10 เมษายนของทุกปี
จากกันตังสู่ทับเที่ยง
ตั้งแต่ พ.ศ. 2458 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน เมืองทับเที่ยงกลายเป็นศูนย์กลางเมืองตรัง ครั้งระหว่างสงคราม โลกครั้งที่ 1 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสเมืองกันตัง ซึ่งขณะนั้นเกิดโรคระบาด และทรงเกรงว่า ศัตรูอาจจะจู่โจมทางทะเลได้ อีกทั้งกันตังเป็นเมืองปิด เนื่องจากติดทะเลไม่สามารถขยายเมือง ออกไปไหนได้ จึงได้มีพระราชดำริให้ย้ายเมืองไปอยู่ที่ ทับเที่ยง หรือ อำเภอเมืองตรังในปัจจุบัน ที่มาของคำว่า "ทับเที่ยง"
ตำนานเล่าว่า สมัยเจ้าพระยานคร (น้อย) ยกทัพมาจากเมืองนครศรีธรรมราชเพื่อไปรบกับทัพไทรบุรีนั้น ได้หยุดพักตั้งค่าย ณ บริเวณนี้ในเวลา ช่วงเที่ยง จึงได้ชื่อ "ทับเที่ยง" แต่นั้นมา
ที่มาของคำว่า "ตรัง"
- ตรัง มาจากคำว่า "ตรังคบุรี" เป็นชื่อเมืองหนึ่งในเมือง 12 นักษัตร ซึ่งเป็นเมืองป้อมปราการล้อมรอบเมืองนครศรีธรรมราช
- ตรัง มาจากคำว่า "ตรังค" แปลว่า ลูกคลื่นอันเนื่องมาจากสภาพลักษณะพื้นที่ของเมืองตรังเป็นเนินสูง ๆ ต่ำ ๆ คล้ายลูกคลื่น ปรากฏอยู่ทั่วพื้นที่จังหวัดตรัง
- ตรัง มาจากคำว่า "ตรังเค" ซึ่งเป็นภาษามาลายู แปลว่า "รุ่งอรุณ" หรือสว่างแล้ว ซึ่งมีผู้สันนิษฐานว่า ชาวมลายูเดินทางมาค้าขายละแวกนี้ จะเปล่งเสียงอุทานว่า "ตรังเค" เมื่อเรือเล่นมาถึงปากแม่น้ำตรัง พอดีกับที่เวลารุ่งเช้า
- ตรัง หมายถึง พืชตระกูลปาล์มในภาษาเขมร พืชชนิดนี้ขึ้นในพื้นที่จังหวัดตรัง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น