วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดมหาสารคาม

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

ตราประจำจังหวัดมหาสารคาม
ตราประจำจังหวัด: รูปต้นรังใหญ่ (มาจากคำว่า มหาสาละ ในชื่อจังหวัดมหาสารคาม) กับทุ่งนา


        ดอกไม้ประจำจังหวัด
ดอกลั่นทมขาว (Plumeria alba)


ลั่นทมขาว

ต้นไม้ประจำจังหวัด: มะรุมป่า (Albizia lebbeck)



คำขวัญประจำจังหวัด
พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักสิลานคร

ประวัติศาสตร์
     เมืองมหาสารคามถือว่าเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญและยาวนานมาหลายร้อยปี เพราะได้พบหลักฐานทางโบราณคดีที่ได้รับอิทธิพลทางพุทธศาสนาตั้งแต่สมัยคุปตะตอนปลายและปัลลวะของอินเดียผ่านเมืองพุกามมาในรูปแบบของศิลปะสมัยทวารวดี เช่น บริเวณเมืองกันทรวิชัย (โคกพระ) และเมืองนครจำปาศรี โดยพบหลักฐาน เป็นพระยืนกันทรวิชัย พระพิมพ์ดินเผา ตลอดทั้งพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนั้นแล้วยังได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ผ่านทางชนชาติขอม ในรูปแบบสมัยลพบุรี เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่น ๆ รวมไปจนถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาของขอมอยู่ตามผิวดินทั่ว ๆ ไปในจังหวัดมหาสารคาม
มหาสารคามตั้งอยู่ตอนกลางของภาคอีสาน มีชนหลายเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองพูดภาษาอีสาน ชาวไทยย้อและชาวผู้ไท ประชาชนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี "ฮีตสิบสอง" ประกอบอาชีพด้านกสิกรรมเป็นส่วนใหญ่ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมีการไปมาหาสู่กัน ช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยก "บ้านลาดกุดยางใหญ่" ขึ้นเป็น เมืองมหาสารคาม เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 โดยแยกพื้นที่และพลเมืองราวสองพันคนมาจากเมืองร้อยเอ็ด และโปรดเกล้าฯ ให้ท้าวมหาชัย (กวด ภวภูตานนท์) เป็นพระเจริญราชเดช เจ้าเมือง มีท้าวบัวทองเป็นผู้ช่วยขึ้นกับเมืองร้อยเอ็ด
ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้แยกเมืองมหาสารคามขึ้นตรงกับกรุงเทพมหานครเมื่อ พ.ศ. 2412 และร้อยเอ็ดได้แบ่งพลเมืองให้อีกเจ็ดพันคน พลเมืองเดิมอพยพมาจากเมืองจำปาศักดิ์ ท้าวมหาชัยและท้าวบัวทองนั้นเป็นหลานโดยตรงของพระยาขัติยวงศา (สีลัง) เจ้าเมืองคนที่ 2 ของเมืองร้อยเอ็ด เดิมกองบัญชาการของเมืองมหาสารคามตั้งอยู่ที่เนินสูงแห่งหนึ่งใกล้กุดนางใย ได้สร้างศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและศาลมเหศักดิ์ขึ้นเป็นที่สักการะของชาวเมือง
ต่อมาสร้างวัดดอนเมืองแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นวัดข้าวฮ้าว (วัดธัญญาวาส) และได้ย้ายกองบัญชาการไปอยู่ริมหนองกระทุ่มด้านเหนือของวัดโพธิ์ศรีปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2456 หม่อมเจ้านพมาศ นวรัตน์ เป็นปลัดมณฑลประจำจังหวัด โดยความเห็นชอบของพระมหาอำมาตยาธิบดี (เส็ง วิริยะศิริ) ได้ย้ายศาลากลางมาอยู่ ณ ที่ตั้งศาลากลางหลังเดิม (ที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคามปัจจุบัน) และในปี พ.ศ. 2542 ได้ย้ายศาลากลางมาอยู่ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน มีผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองหรือผู้ว่าราชการจังหวัดรวม 41 คน

สถานที่ท่องเที่ยว

  • อำเภอเมืองมหาสารคาม
    • ปรางค์กู่บ้านเขวา
    • อ่างเก็บน้ำหนองแวง
    • หมู่บ้านหัตถกรรมบ้านหนองเขื่อนช้าง
    • แก่งเลิงจาน
    • ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมอีสาน
    • สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน
    • หมู่บ้านปั้นหม้อ
    • อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย
  • อำเภอกันทรวิชัย
    • พระพุทธรูปยืนมงคล
    • พระพุทธมิ่งเมือง
    • พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดพุทธมงคล
  • อำเภอบรบือ
    • ปรางค์กู่บัวมาศ
  • อำเภอแกดำ
    • อ่างเก็บน้ำห้วยแอ่ง
  • อำเภอโกสุมพิสัย
    • บึงบอน
    • วนอุทยานโกสัมพี
  • อำเภอวาปีปทุม
    • กู่บ้านแดง
  • อำเภอนาเชือก
    • อ่างเก็บน้ำห้วยค้อ
    • เขตห้ามล่อสัตว์ป่าลูนลำพัน
  • อำเภอนาดูน
    • พระบรมธาตุนาดูน
    • พุทธมณฑลอีสาน
    • พิพิธภัณฑ์นครจัมปาศรี
    • พิพิธภัณฑ์บ้านอีสาน
    • สถาบันวิจัยวลัยรุกเวท
    • บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
    • กู่สันตรัตน์
    • กู่น้อย
    • ศาลานางขาว
  • อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย
    • ศูนย์ศิลปาชีพดอนลี่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น